ทำไมส่งโจทย์เดียวกันไปขอราคาแล้วได้ตัวเลขต่างกันมาก? คำถามว่า “ทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่” ไม่มีราคากลางเพียงราคาเดียว เว็บแนะนำบริการกับระบบขายสินค้าที่เชื่อมสต็อกและบัญชีมีงานต่างกัน แม้ผู้ซื้อจะเรียกทั้งคู่ว่าเว็บไซต์
บทความนี้แยกราคาเริ่มต้นกับค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง และช่วยอ่านขอบเขตงานก่อนตัดสินใจ ตรวจสอบหน้าแพ็กเกจเมื่อ 26 สิงหาคม 2026 ตัวเลขเป็นราคาที่ผู้ให้บริการเปิดเผยในวันตรวจสอบ ไม่ใช่ใบเสนอราคาสำหรับทุกโครงการ และอาจเปลี่ยนแปลงได้

ทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ราคาแตกต่างตามขอบเขตงาน ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกเว็บไซต์ ตัวอย่าง MakeWebEasy Basic 5,400 บาทต่อปี เป็นค่าแพลตฟอร์ม ส่วน Zairosoft เว็บไซต์หน้าเดียวเริ่มต้น 15,000 บาท เป็นแพ็กเกจรับทำ จึงต้องอ่านสิ่งที่ได้รับก่อนเปรียบเทียบ
ยังไม่มีข้อมูลสำรวจที่ใช้ขอบเขตเดียวกันเพียงพอสำหรับยืนยัน “ช่วงราคาโดยประมาณของตลาดไทยทั้งหมดในปี 2026” ตารางนี้จึงใช้ ตัวอย่างราคาของผู้ให้บริการที่ระบุชื่อได้ แทนการสร้างช่วงราคากลางขึ้นเอง
| ประเภทเว็บไซต์ | ราคาที่ผู้ให้บริการระบุ | เหมาะกับงานแบบใด |
|---|---|---|
| Landing Page | Zairosoft เว็บไซต์หน้าเดียว เริ่มต้น 15,000 บาท; KaoRank Sales Page 12,900–19,900 บาท | แนะนำบริการหรือรับผู้สนใจจากแคมเปญเดียว |
| เว็บไซต์บริษัท | Zairosoft เว็บไซต์ธุรกิจ เริ่มต้น 35,000 บาท | บริษัทที่ต้องแสดงบริการ ผลงาน และข้อมูลติดต่อหลายหน้า |
| WordPress Website | KaoRank Starter 19,900 บาท สำหรับแพ็กเกจ 5–6 หน้า | ทีมที่ต้องแก้เนื้อหาและเพิ่มบทความเอง |
| E-commerce | Zairosoft เริ่มต้น 45,000 บาท; KaoRank 79,900–149,000 บาท | ร้านค้าที่ต้องจัดการสินค้า คำสั่งซื้อ และการชำระเงิน |
| Web Application | ยังยืนยันช่วงราคาที่เทียบขอบเขตเดียวกันไม่ได้ ต้องประเมินโครงการ | ระบบจอง CRM Dashboard หรือ SaaS |
| Custom Software | Zairosoft ใช้ชื่อแพ็กเกจ “ระบบตามความต้องการ” เริ่มต้น 200,000 บาท ไม่ใช่ราคาของทุกระบบ | ธุรกิจที่มีขั้นตอนทำงานหรือการเชื่อมข้อมูลเฉพาะ |
ตรวจเงื่อนไขจาก Zairosoft, KaoRank และ MakeWebEasy พร้อมยืนยันภาษี ราคาโปรโมชัน และรายการที่ไม่รวม ตัวเลขแถวเดียวกันไม่ได้หมายความว่าส่งมอบงานเท่ากัน
ก่อนเทียบราคา ให้เทียบงานก่อน: แยกค่าพัฒนา ของแถมปีแรก ค่าใช้จ่ายปีถัดไป และงานที่คิดเพิ่มออกจากกัน
ทำไมทำเว็บไซต์แต่ละเจ้าถึงราคาไม่เท่ากัน?
ผู้รับจ้างอาจตีความงานและรับผิดชอบต่างกัน คำว่า “เว็บไซต์บริษัทพร้อม SEO” จึงยังไม่ละเอียดพอสำหรับเทียบราคา
จำนวนหน้าและจำนวนแบบหน้าจอ
หน้าที่เปลี่ยนเฉพาะข้อความใช้เวลาต่างจากหน้าที่ออกแบบใหม่ แยกจำนวนแบบหน้าจอ จำนวนหน้าที่ลงข้อมูล และภาษาให้ชัด
UX/UI Design และจำนวนรอบแก้ไข
การปรับธีมใช้เวลาต่างจากการวิจัยผู้ใช้และออกแบบเฉพาะ ต้องตกลงด้วยว่าการแก้หนึ่งรอบหมายถึงอะไร และใครรวบรวมความเห็นจากผู้อนุมัติ
ฟังก์ชัน CMS และ Custom Development
ฟอร์มติดต่อมีงานน้อยกว่าฟอร์มคำนวณราคาและส่งงานหลายแผนก CMS ลดงานพื้นฐานได้ แต่ส่วนพัฒนาเพิ่มยังมีค่าทดสอบและดูแล
SEO และ Performance
การตั้งชื่อหน้าไม่เท่ากับการวางแผนคำค้นทั้งเว็บไซต์ เช่นเดียวกับการบีบอัดรูปที่ยังไม่ครอบคลุมงานแก้ฐานข้อมูลช้าหรือหน้าชำระเงินติดขัด ให้ระบุว่างาน SEO และความเร็วจะตรวจอะไร บนหน้าใด และส่งผลทดสอบแบบไหน
Security และ API Integration
ระบบที่เก็บข้อมูลสมาชิกหรือเชื่อม ERP ต้องจัดการสิทธิ์ ข้อมูลที่ส่งต่อ และเหตุการณ์ผิดพลาดเพิ่ม ตัวอย่างเช่น หากระบบบัญชีหยุดทำงานชั่วคราว เว็บไซต์ต้องเก็บคำสั่งซื้อไว้ส่งใหม่ ไม่ใช่แสดงว่าสำเร็จแล้วปล่อยข้อมูลหาย
Maintenance และขอบเขตความรับผิดชอบ
คำว่า “ดูแลฟรี” อาจหมายถึงแก้ข้อผิดพลาดจากงานเดิม ไม่ได้รวมเพิ่มฟังก์ชัน ลงสินค้า หรือปรับโฆษณา ควรถามเวลาทำการ ช่องทางแจ้งปัญหา และเงื่อนไขรับงานเร่งด่วนก่อนเปรียบเทียบราคา
Landing Page ราคาเท่าไหร่?
Zairosoft เริ่มต้น 15,000 บาท ส่วน KaoRank Sales Page 12,900–19,900 บาท เป็นราคาแพ็กเกจของแต่ละราย ไม่ใช่ราคากลาง
Landing Page พาผู้เข้าชมไปทำสิ่งหนึ่ง เช่น ขอราคา สมัครสัมมนา หรือนัดหมาย เหมาะกับแคมเปญที่มีข้อเสนอชัด ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกเรื่องของบริษัท
งานจากเทมเพลตเริ่มได้เร็วเมื่อมีข้อความและภาพพร้อม ส่วน Custom Design มีเหตุผลเมื่อสินค้าต้องอธิบายหลายเงื่อนไข หรือต้องทดลองลำดับเนื้อหา การเขียนข้อความ ถ่ายภาพ ทำหลายเวอร์ชัน และตั้งค่าติดตามผลอาจเป็นคนละรายการกับค่าทำหน้าเว็บ
สำหรับธุรกิจบริการ ให้ตรวจว่าระบบวัด “ส่งฟอร์มสำเร็จ” หรือเพียง “กดปุ่ม” เพราะการนับคลิกเป็นลูกค้าทุกรายอาจทำให้ประเมินความคุ้มค่าของแคมเปญผิด แม้ตัวหน้าเว็บจะทำงานปกติ
เว็บไซต์บริษัท ราคาเท่าไหร่?
Zairosoft ระบุเว็บไซต์ธุรกิจเริ่มต้น 35,000 บาท ราคาสุดท้ายขึ้นกับงานและเนื้อหา ไม่ใช่จำนวนหน้าอย่างเดียว
Company Profile เน้นข้อมูลบริษัท ส่วน Corporate Website อาจมีบริการ ผลงาน บทความ และฟอร์มขอราคาเพิ่ม ควรจัดข้อมูลตามสิ่งที่ลูกค้าแต่ละกลุ่มต้องรู้
ตัวอย่างสถานการณ์: บริษัทรับผลิตชิ้นส่วนอยากให้ฝ่ายจัดซื้อส่งรายละเอียดงานผ่านเว็บไซต์ สิ่งที่ต้องใช้จึงไม่ใช่แค่หน้าแนะนำโรงงาน แต่รวมตัวอย่างงาน มาตรฐานการผลิตที่ยืนยันได้ แบบฟอร์มแนบไฟล์ และการส่งข้อมูลให้ฝ่ายขายที่รับผิดชอบ
ดูขอบเขต บริการทำเว็บไซต์บริษัท แล้วเตรียมข้อมูลธุรกิจประกอบการขอราคา งานเรียบเรียงบริการและผลงานอาจจำเป็นกว่าการเพิ่มภาพเคลื่อนไหว
WordPress ราคาเท่าไหร่?
WordPress ไม่มีราคาค่าจ้างพัฒนาตายตัว ตัวซอฟต์แวร์จาก WordPress.org เป็นโอเพนซอร์ส แต่การออกแบบ ตั้งค่า ย้ายข้อมูล และดูแลยังมีต้นทุน ตัวอย่างงานรับทำที่ยืนยันได้คือ KaoRank Starter 19,900 บาทตามขอบเขตที่ประกาศ
เว็บที่ใช้ Premium Theme กับเว็บที่พัฒนาธีมและระบบหลังบ้านเฉพาะอาจใช้ WordPress เหมือนกัน แต่ใช้แรงงานต่างกันมาก การมี UX Builder ช่วยให้แก้หน้าได้สะดวก ไม่ได้แปลว่าการออกแบบและตั้งค่าทั้งหมดเกิดขึ้นเอง
ก่อนจ้าง ให้ถามว่าใครถือสิทธิ์ใช้งานธีมและปลั๊กอิน ต่ออายุอย่างไร และเมื่อหยุดบริการกับผู้รับจ้างแล้วยังอัปเดตได้หรือไม่ สำหรับ WooCommerce ต้องประเมินงานร้านค้าเพิ่ม ไม่ควรนับเป็นการติดตั้งปลั๊กอินเพียงตัวเดียวแล้วจบ
WordPress ไม่ได้แปลว่าราคาถูกเสมอไป ต้องรวมงบความเร็ว ความปลอดภัย และการดูแลด้วย

E-commerce ราคาเท่าไหร่?
Zairosoft เริ่มต้น 45,000 บาท ส่วน KaoRank ระบุ 79,900–149,000 บาทตามขอบเขตแต่ละราย ต้องแยกค่าพัฒนาออกจากค่าบริการแพลตฟอร์มและค่าเชื่อมระบบ
| รูปแบบ | ความซับซ้อน | ข้อมูลราคาและสิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| Basic E-commerce | ค่อนข้างต่ำเมื่อใช้ระบบมาตรฐาน | MakeWebEasy Basic 5,400 บาทต่อปี เป็นค่าแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ราคาออกแบบเฉพาะทั้งหมด |
| WooCommerce | ตั้งแต่ร้านพื้นฐานจนถึงระบบซับซ้อน | ตัวระบบหลักไม่มีค่าลิขสิทธิ์ ต้องแยกค่าพัฒนา Hosting และส่วนเสริม ยังยืนยันราคาติดตั้งกลางไม่ได้ |
| Custom E-commerce | สูงขึ้นตามกติกาการขายและระบบที่เชื่อม | ต้องประเมินโครงการ ยังยืนยันช่วงราคาที่ใช้ได้กับทุกงานไม่ได้ |
| Headless E-commerce | มักมีงานเชื่อมและดูแลหลายส่วน | ต้องประเมินหน้าร้าน ระบบ Commerce และการเชื่อม API แยกกัน |
ตรวจข้อมูลจาก MakeWebEasy และ WooCommerce โดย Basic บอกขอบเขต WooCommerce บอกซอฟต์แวร์ ส่วน Headless บอกสถาปัตยกรรม จึงไม่ใช่ระดับราคาที่เรียงกันได้เสมอ
ขอบเขตที่ควรตกลงมีทั้งข้อมูลสินค้า ตะกร้า Checkout การจ่ายเงิน ค่าจัดส่ง สต็อก สมาชิก โปรโมชัน และการจัดการคำสั่งซื้อ แต่ละอย่างต้องมีรายละเอียด เช่น สินค้าหมดหลังลูกค้ากดจ่ายแล้วจะจัดการอย่างไร และคืนเงินทั้งรายการหรือบางรายการได้หรือไม่
ร้านที่ขายผ่านหลายช่องทางควรถามด้วยว่าระบบใดเป็นเจ้าของยอดสต็อก และการอัปเดตล่าช้ายอมรับได้แค่ไหน งานนี้อาจสำคัญกว่าความสวยของหน้าสินค้า เพราะกระทบการรับออเดอร์และภาระแอดมินโดยตรง
Web Application ราคาเท่าไหร่?
Web Application ต้องประเมินแบบโครงการซอฟต์แวร์ จึงยังให้ช่วงราคาที่น่าเชื่อถือไม่ได้หากไม่ทราบผู้ใช้งาน ขั้นตอนทำงาน และระบบที่ต้องเชื่อม เว็บไซต์ข้อมูลเน้นให้คนอ่านและติดต่อ ส่วน Web Application ต้องรับข้อมูล ตัดสินเงื่อนไข และรักษาความถูกต้องของงานด้วย
ระบบจอง CRM ERP Dashboard Marketplace SaaS และระบบสมาชิกมีงานต่างกัน จำนวนหน้าจอน้อยไม่ได้แปลว่างานน้อย หากต้องจัดการสิทธิ์และเงื่อนไขหลายแบบ
ตัวอย่างระบบจองห้องประชุม: การแสดงปฏิทินเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังต้องป้องกันจองซ้อน จัดการเวลาพักระหว่างรอบ ยืนยันผู้จอง และแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนห้อง การตีราคาจาก “มีปฏิทินหนึ่งหน้า” จึงอาจตกหล่นงานส่วนใหญ่
ถ้าโจทย์ยังไม่นิ่ง ให้แยกงานวิเคราะห์กับรุ่นแรกที่จำเป็นออกมาก่อน พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่รวม แล้วจึงขอราคาระยะถัดไป
Custom Website ราคาเท่าไหร่?
ยังยืนยันราคากลางไม่ได้ ต้องระบุว่า Custom ส่วนไหน การออกแบบหน้าใหม่บน CMS เดิมต่างจากสร้าง Backend ใหม่ ส่วนแพ็กเกจระบบตามความต้องการ 200,000 บาทของ Zairosoft เป็นเพียงราคาเริ่มต้นของบริษัท
งานที่อาจรวมในโครงการมี Custom UI/UX, API, Database, Authentication, Admin Panel และ Integration พร้อมการทดสอบความปลอดภัยและรองรับการใช้งานเพิ่ม แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องสร้างสิ่งเหล่านี้เองทั้งหมด
หาก CMS เดิมดูแลเนื้อหาได้ดี อาจพัฒนาเฉพาะส่วนเชื่อมระบบแทนการรื้อทั้งหมด งาน Custom ควรแก้ข้อจำกัดที่ธุรกิจเจอจริง
เปรียบเทียบทำเว็บไซต์แต่ละรูปแบบ
ตารางนี้เทียบแนวทาง ไม่ใช่อันดับคุณภาพ แต่ละประเภทซ้อนทับกันได้ เช่น E-commerce อาจทำด้วย WordPress หรือพัฒนาเฉพาะ
| รูปแบบ | วิธีคิดราคา | ความยืดหยุ่นและการปรับแต่ง | การขยายระบบ | งานที่เหมาะ |
|---|---|---|---|---|
| Template | แพ็กเกจหรือค่าติดตั้ง บวกส่วนที่เพิ่ม | เร็วเมื่อใช้รูปแบบเดิม ปรับได้ตามเครื่องมือ | ต้องตรวจข้อจำกัดแพลตฟอร์ม | เว็บข้อมูลและแคมเปญที่ขอบเขตชัด |
| WordPress | ค่าพัฒนา บวกโฮสติ้งและสิทธิ์ส่วนเสริม | ปรับเนื้อหาและเพิ่มระบบได้หลายแนวทาง | ขึ้นกับปลั๊กอิน ฐานข้อมูล และโครงสร้างระบบ | เว็บบริษัท บทความ และร้านค้า |
| Custom Website | ประเมินตามงานออกแบบและระบบที่สร้าง | กำหนดหน้าจอและหลังบ้านได้ตามขอบเขต | ต้องออกแบบรองรับ ไม่ได้ขยายได้เอง | ประสบการณ์ใช้งานหรือการเชื่อมต่อเฉพาะ |
| E-commerce | ค่าระบบขาย บวกบริการและธุรกรรม | ขึ้นกับกติกาสินค้า โปรโมชัน และการจ่ายเงิน | ต้องทดสอบช่วงสั่งซื้อพร้อมกัน | ขายสินค้าและจัดการออเดอร์ |
| Web Application | งบโครงการซอฟต์แวร์และค่าดูแล | กำหนด Workflow และสิทธิ์ใช้งานได้ | วางแผนจากข้อมูลและลักษณะการใช้งาน | ระบบธุรกิจ SaaS และงานภายใน |
อะไรทำให้ราคาทำเว็บไซต์แพงขึ้น?
ต้นทุนเพิ่มจากเงื่อนไข การทดสอบ และความรับผิดชอบด้านข้อมูล งานที่ดูเล็กบนหน้าจออาจเกี่ยวข้องกับหลายระบบด้านหลัง
- Custom Design และหลายแบบหน้า: ต้องออกแบบและตรวจบนมือถือเพิ่ม ไม่ใช่แค่คัดลอกหน้าเดิม
- ระบบสมาชิก: มีสิทธิ์เข้าถึง การกู้บัญชี และการจัดการข้อมูลผู้ใช้
- E-commerce และ Payment Gateway: ต้องทดสอบจ่ายสำเร็จ จ่ายไม่สำเร็จ ยกเลิก และสถานะตอบกลับจากผู้ให้บริการ
- API หรือ CRM/ERP Integration: ต้องจับคู่ข้อมูล ตรวจข้อมูลซ้ำ และจัดการเมื่อระบบใดระบบหนึ่งไม่พร้อม
- AI Integration: นอกจากค่าพัฒนา ยังมีค่าบริการตามการใช้งานและงานตรวจคำตอบ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มหากยังไม่มีงานที่ชัดเจน
- หลายภาษา: มีค่าข้อความ แปล ตรวจศัพท์ และดูแลเนื้อหาทุกภาษา ไม่ใช่เพียงเพิ่มปุ่มสลับภาษา
- Advanced SEO และ Performance Optimization: เว็บเก่าที่ต้องย้าย URL หรือร้านค้าที่มีข้อมูลจำนวนมากต้องวิเคราะห์และทดสอบเพิ่มเติม
อย่าลืมงานย้ายข้อมูลเดิม ใครจะจัดรายการสินค้าและไฟล์รูปให้พร้อมนำเข้า ควรแยกความรับผิดชอบนี้จากค่าพัฒนา
ค่าใช้จ่ายทำเว็บไซต์มีอะไรบ้าง?
งบปีแรกไม่เท่ากับงบดูแลรายปี ขอรายการต่ออายุเป็นลายลักษณ์อักษร และอย่านับรายการที่รวมในแพ็กเกจซ้ำ
| รายการ | ค่าใช้จ่ายครั้งแรก | ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ควรถาม |
|---|---|---|
| พัฒนาเว็บไซต์ | วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ส่งมอบ | งานเปลี่ยนขอบเขตหรือเพิ่มฟังก์ชัน |
| Domain / Hosting / SSL | จดชื่อ ตั้งค่าระบบ และเปิดใช้งาน | ต่ออายุ พื้นที่ และการย้ายระบบ |
| ธีมและ Plugin | ซื้อสิทธิ์หรือรวมในแพ็กเกจ | ต่ออายุอัปเดตและการสนับสนุนตามเงื่อนไข |
| Maintenance / Security | ตั้งค่าสำรองข้อมูลและสิทธิ์ใช้งาน | อัปเดต เฝ้าระวัง ทดสอบกู้คืน และแก้ปัญหา |
| SEO / Content | วางโครงสร้างและเตรียมเนื้อหาชุดแรก | สร้างเนื้อหา วิเคราะห์ และปรับปรุงต่อเนื่อง |
| บริการภายนอก | เชื่อม Payment, อีเมล, CRM หรือ API | ค่าธรรมเนียม ค่าสมาชิก หรือค่าตามการใช้งาน |
ค่าพัฒนาเว็บไซต์และค่า Content
ถามว่ารวมเขียนข้อความ ลงข้อมูล และจัดรูปหรือไม่ ไฟล์ Company Profile อาจยังต้องเรียบเรียงใหม่ งานเขียนและถ่ายภาพจึงอาจคิดแยก
ค่า Domain, Hosting และ SSL
ธุรกิจควรควบคุมบัญชี Domain ได้เอง Hosting ต้องเหมาะกับระบบและมีเงื่อนไขสำรองข้อมูลชัด ส่วน SSL อาจรวมมากับบริการ แต่ไม่ได้ทำให้ปลอดภัยครบทุกด้าน
ค่า Plugin, Maintenance และ Security
ตรวจรายการสิทธิ์ที่ต้องต่ออายุและผลเมื่อไม่ต่อ แยกแก้บั๊กออกจากงานใหม่ รวมถึงตรวจทั้งการสำรองข้อมูลและการกู้คืน
ค่า SEO และบริการภายนอก
ติดตั้งเครื่องมือ SEO ไม่เท่ากับทำแคมเปญรายเดือน เช่นเดียวกับค่าต่อ Payment Gateway ที่ไม่รวมค่าธรรมเนียมรับเงิน ต้องแยกค่าแรงกับค่าบริการภายนอก
วิธีตั้งงบรวม: รวมค่าเริ่มโครงการ ค่าใช้จ่ายตลอดช่วงใช้งาน และงานที่วางแผนเพิ่ม โดยใช้ใบเสนอราคาจริง ไม่ใส่อัตราเผื่อเดียวกันให้ทุกธุรกิจ
ทำเว็บไซต์ราคาถูกดีหรือไม่?
ดีได้ หากขอบเขตตรงกับสิ่งที่ต้องใช้และผู้รับจ้างส่งมอบตามที่ตกลง เว็บข้อมูลที่ใช้เทมเพลต มีเนื้อหาพร้อม และไม่เชื่อมระบบซับซ้อน อาจประหยัดทั้งเงินและเวลาโดยไม่เสียคุณภาพที่จำเป็น
ตรวจข้อจำกัดการปรับแต่ง ฟังก์ชัน Support และการย้ายข้อมูลเป็นรายผู้ให้บริการ หากแก้ข้อความเองไม่ได้ อาจมีค่าใช้จ่ายสะสมหลังเปิดใช้ แต่ไม่ควรเหมารวมจากราคาต่ำอย่างเดียว
ทำเว็บไซต์แพงคุ้มกว่าหรือไม่?
ไม่เสมอไป ราคาที่สูงขึ้นควรมีเหตุผลจากงานที่เพิ่มขึ้น เช่น ขั้นตอนอนุมัติซับซ้อน ความรับผิดชอบด้านข้อมูล การทดสอบ หรือการดูแลที่ธุรกิจต้องใช้จริง
ถามว่าราคาที่เพิ่มช่วยแก้ปัญหาอะไรและตรวจรับอย่างไร “ใช้เทคโนโลยีใหม่กว่า” อย่างเดียวยังไม่พอสำหรับตัดสินใจ
ประเมินความคุ้มค่าจากงานที่เว็บช่วยให้ดีขึ้น เช่น ผู้ติดต่อส่งข้อมูลครบขึ้น ทีมตอบซ้ำลดลง หรือจัดการออเดอร์ได้สะดวกขึ้น เก็บค่าตั้งต้นก่อนเปิดเว็บและติดตามหลังใช้จริง ไม่ควรรับประกัน ROI จากยอดเข้าชมหรืออันดับเพียงอย่างเดียว
ทำเว็บไซต์เองหรือจ้างบริษัทดี?
ทำเองได้เมื่อมีเวลาเรียนรู้และโจทย์ไม่ซับซ้อน การจ้างช่วยแบ่งงาน แต่ต้องดูทักษะและผู้รับผิดชอบจริง ไม่ใช่ชื่อ Freelance หรือ Software House
| ปัจจัย | ทำเอง | Freelance | Software House |
|---|---|---|---|
| ราคา | ค่าเครื่องมือและเวลาของทีม | ตามขอบเขตและทักษะผู้รับงาน | ตามขอบเขต ทีม และกระบวนการส่งมอบ |
| เวลา | ขึ้นกับความพร้อมและเวลาเรียนรู้ | ดูคิวงานและการส่งข้อมูล | ต้องมีแผนและผู้อนุมัติทั้งสองฝ่าย |
| Design | ใช้ธีมหรือทักษะที่มี | ตรวจผลงานที่ใกล้กับโจทย์ | ตรวจขั้นตอนออกแบบและผู้รับผิดชอบ |
| Development | ทีมดูแลเทคนิคเอง | ตรวจความเชี่ยวชาญส่วนที่ต้องพัฒนา | ตรวจการทดสอบและการส่งต่อภายในทีม |
| Support | พึ่งเอกสารหรือผู้ให้บริการเครื่องมือ | ตกลงเวลารับงานและคนสำรอง | ตรวจข้อตกลงบริการ ไม่ใช่แค่มีบริษัท |
| Scalability | ตามเครื่องมือและความสามารถทีม | ตามสถาปัตยกรรมที่เลือก | ต้องวางแผนและทดสอบตามงานจริง |
| ระบบซับซ้อน | ต้องมีคนรับผิดชอบหลายด้าน | ทำได้หากมีทักษะและกำลังรองรับ | ตรวจว่าทีมครอบคลุมระบบที่ต้องใช้ |
ธุรกิจ SME ควรเตรียมงบทำเว็บไซต์เท่าไหร่?
เริ่มจากผลที่ต้องการ แล้วขอราคาตามขอบเขต ไม่แบ่งงบด้วยชื่อแพ็กเกจอย่างเดียว
งบเริ่มต้น: ให้ลูกค้ารู้จักและติดต่อได้
ใช้เว็บข้อมูลหรือ Landing Page เมื่อบริการยังไม่มาก เน้นข้อความถูกต้อง ภาพจริง และช่องทางติดต่อที่ใช้งานได้
งบธุรกิจ: มีหน้าบริการและ SEO Foundation
เพิ่มหน้าบริการ ผลงาน บทความ และหลังบ้านที่ทีมแก้เองได้ แยกงบเนื้อหากับงานเทคนิค ไม่ให้เว็บเสร็จแต่ข้อมูลไม่พร้อม
งบ Growth: ติดตามและพัฒนาการรับลูกค้า
เพิ่มหน้าแคมเปญ ระบบส่งข้อมูลให้ฝ่ายขาย และ Analytics ให้มีคนตรวจคุณภาพลูกค้า ไม่สรุปความคุ้มค่าจากจำนวนฟอร์มอย่างเดียว
งบ E-commerce: คิดถึงงานหลังรับออเดอร์
นอกจากหน้าร้าน ให้เผื่องานจัดสินค้า การจ่ายเงิน ขนส่ง คืนสินค้า และเชื่อมสต็อก พร้อมค่าสมาชิกหรือค่าธุรกรรมของบริการที่เลือกใช้
งบ Custom: เริ่มจากงานสำคัญก่อน
ให้รุ่นแรกแก้ปัญหาหลักได้ก่อน เช่น รับและยืนยันนัดได้จริง ก่อนเพิ่มคะแนนสมาชิก แยกราคาระยะถัดไปเพื่อไม่ผูกงบทั้งหมดตั้งแต่ต้น
เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ถึงเหมาะกับธุรกิจ?
ราคาที่เหมาะคือราคาของงานที่ทำหน้าที่จำเป็นได้ และธุรกิจมีทรัพยากรดูแลต่อ ใช้คำถามต่อไปนี้คัดรูปแบบก่อนขอใบเสนอราคา
- ต้องการให้คนอ่านข้อมูลและติดต่อ: เริ่มจากเว็บไซต์บริษัทหรือ Landing Page พร้อม CMS ถ้าทีมต้องแก้ข้อมูลบ่อย
- ต้องการให้คนเลือกสินค้าและจ่ายเงิน: ประเมิน E-commerce โดยเริ่มจากกติกาสินค้าและงานจัดส่ง
- ต้องการให้หลายแผนกทำงานต่อกัน: ประเมิน Custom System พร้อมวาดขั้นตอนตั้งแต่รับเรื่องจนจบงาน
- ต้องการระบบสมาชิกหรือ SaaS: ประเมิน Web Application รวมสิทธิ์ บัญชีผู้ใช้ และการดูแลบริการ
ตัวอย่างร้านขายอุปกรณ์ที่ยังรับออเดอร์ผ่านทีมขาย อาจเริ่มจากแค็ตตาล็อกและฟอร์มขอราคาก่อนร้านค้าเต็มระบบ หากลูกค้าต้องตรวจสเปกและเงื่อนไขเครดิต การเพิ่มตะกร้าซื้อทันทีอาจยังไม่ช่วยงานที่เป็นปัญหา
เว็บไซต์ควรมี SEO รวมอยู่ในราคาหรือไม่?
ควรวาง SEO Foundation ตั้งแต่เริ่ม แต่ต้องเขียนขอบเขตให้ชัด เว็บไซต์ใหม่ควรมีโครงสร้างที่เข้าถึงได้และจัดข้อมูลเป็นระบบ ส่วนแคมเปญ SEO รายเดือนเป็นงานต่อเนื่องอีกประเภท ไม่ใช่สิ่งที่รวมโดยอัตโนมัติเมื่อจ้างทำเว็บ
- URL และลำดับ Heading สอดคล้องกับเนื้อหา
- แก้ Meta Title และ Meta Description ของแต่ละหน้าได้
- มี Sitemap และ robots.txt ที่ไม่ขัดขวางหน้าสำคัญโดยผิดพลาด
- มีลิงก์ภายในช่วยให้พบหน้าบริการและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- มี Structured Data ที่ตรงกับข้อมูลจริง ไม่ใส่คะแนนหรือรีวิวที่ไม่มีอยู่
- อ่านและใช้งานบนมือถือได้ พร้อมตรวจความเร็วหน้าที่สำคัญ
หากเปลี่ยนจากเว็บเดิม ต้องรวมแผนย้าย URL และตรวจหน้าที่เคยมีผู้เข้าใช้งานด้วย ส่วนงานวิเคราะห์คำค้น สร้างเนื้อหา ติดตามคู่แข่ง และปรับจากข้อมูลจริงควรแยกเป็น บริการ SEO ต่อเนื่อง ไม่มีฝ่ายใดควรรับประกันอันดับจากการติดตั้งปลั๊กอินเพียงอย่างเดียว
ทำเว็บไซต์ปี 2026 ต้องรองรับ AI Search หรือไม่?
ควรทำให้ข้อมูลสำคัญอ่านเข้าใจและค้นพบได้ แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อ “ระบบ AI” เพื่อให้เว็บไซต์ติด Google คำว่า AEO และ GEO ที่ใช้ในวงการไม่ใช่ใบรับรองว่าเว็บจะถูกเลือกไปแสดงในคำตอบ AI
Google Search Central ระบุว่าแนวปฏิบัติ SEO เดิมยังใช้กับ AI Overviews และ AI Mode และไม่มีข้อกำหนดทางเทคนิคพิเศษเพิ่ม สิ่งที่ควรลงทุนจึงเป็นเนื้อหาที่ช่วยตัดสินใจได้ ข้อมูลตรวจสอบได้ และหน้าเว็บที่ระบบค้นหาเข้าถึงได้
Checklist ก่อนจ้างทำเว็บไซต์

- กำหนดวัตถุประสงค์ เช่น รับการติดต่อ ขายสินค้า หรือจัดการงาน
- ระบุกลุ่มเป้าหมายและคำถามที่ลูกค้าต้องการคำตอบ
- สรุปรายการหน้า จำนวนภาษา และเนื้อหาที่พร้อมแล้ว
- แยกฟังก์ชันที่ต้องมีวันเปิดใช้กับสิ่งที่ทำเพิ่มภายหลัง
- กำหนดว่าใครใช้ CMS และต้องแก้ข้อมูลส่วนใดเองได้
- ระบุงาน SEO พื้นฐานและแผนย้าย URL หากมีเว็บเดิม
- ตกลง Hosting, Domain และบัญชีที่ธุรกิจต้องถือเอง
- กำหนด Maintenance การสำรองข้อมูล และวิธีแจ้งปัญหา
- ตกลง Timeline และวันส่งเนื้อหาจากแต่ละฝ่าย
- ระบุจำนวนรอบแก้ไข ผู้อนุมัติ และขั้นตอนเปลี่ยนขอบเขต
- ตกลง Ownership ของงาน บัญชี ไฟล์ และข้อมูล
- ตรวจ Portfolio ที่ใกล้กับงานและสอบถามบทบาทที่ผู้รับจ้างทำจริง
- ขอ Scope of Work พร้อมสิ่งที่ไม่รวมและเกณฑ์ตรวจรับ
- ขอรายการค่าใช้จ่ายต่ออายุ และเงื่อนไขย้ายออกจากผู้ให้บริการ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งบบานปลาย
เริ่มงานก่อนตกลงรายการหน้า เปลี่ยนผู้อนุมัติ และเพิ่มระบบหลังอนุมัติแบบ มักทำให้ต้องย้อนงาน แยกการแก้ตามขอบเขตเดิมออกจากงานเพิ่มให้ชัด และอย่าเลือกของแถมจนลืมค่าเนื้อหาหรือการดูแลที่ต้องใช้จริง
คำถามที่ควรถามก่อนจ้างทำเว็บไซต์
ขอให้บันทึกคำตอบไว้ในใบเสนอราคาหรือเอกสารขอบเขตงาน ไม่ใช่เฉพาะบทสนทนา
- รวม Domain หรือไม่? ถามทั้งปีแรก ปีต่ออายุ ชื่อผู้ถือครอง และสิทธิ์ย้ายผู้ให้บริการ
- รวม Hosting และ SSL หรือไม่? ขอรายละเอียดทรัพยากร วันหมดอายุ และคนที่ดูแลเมื่อระบบขัดข้อง
- แก้ไขงานได้กี่ครั้ง? ระบุจุดที่ตรวจแบบและผลของการเปลี่ยนโจทย์หลังอนุมัติ
- มี SEO อะไรให้บ้าง? ขอรายการงานและวิธีตรวจ แทนการรับคำว่า “รองรับ SEO” อย่างเดียว
- ใครเป็นเจ้าของเว็บไซต์และส่ง Source Code หรือไม่? แยกงานที่พัฒนาให้ สิทธิ์ของซอฟต์แวร์ภายนอก และข้อมูลของธุรกิจ แพลตฟอร์มเช่าใช้อาจไม่ได้ส่งโค้ดระบบให้
- หลังส่งมอบมี Support แบบใด? ถามขอบเขต ระยะเวลา ช่องทาง และเงื่อนไขงานนอกเวลาหรืองานเพิ่ม
- ค่าใช้จ่ายรายปีและการเพิ่มฟังก์ชันคิดอย่างไร? ขอวิธีประเมินงานใหม่และการอนุมัติงบก่อนเริ่มทำ
ก่อนจ่ายงวดสุดท้าย ให้ผู้ดูแลเว็บลองแก้ข้อความ ลงภาพ ทดสอบฟอร์ม และตรวจสิทธิ์บัญชี เพื่อยืนยันว่าใช้งานต่อได้จริง
สรุป ทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ไม่มีราคาทำเว็บไซต์ที่เหมาะกับทุกธุรกิจ และยังไม่ควรสรุปราคากลางตลาดจากแพ็กเกจไม่กี่ราย ใช้ราคาที่ตรวจสอบได้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วให้ผู้รับจ้างประเมินจาก เป้าหมายธุรกิจ ฟังก์ชันจำเป็น แผนการเติบโต และงบที่ดูแลต่อได้
เทียบงานที่ได้กับค่าใช้จ่ายตลอดการใช้งาน ไม่เลือกจากราคาต่ำสุดหรือแพงที่สุดเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อยเรื่องราคาทำเว็บไซต์
ไม่มีราคากลางเดียว ตัวอย่าง Zairosoft เว็บไซต์หน้าเดียวเริ่มต้น 15,000 บาท ณ 26 สิงหาคม 2026 เป็นราคาของรายนี้ งานอื่นต้องประเมินตามขอบเขต
Zairosoft เริ่มต้น 35,000 บาทตามแพ็กเกจเว็บไซต์ธุรกิจ ต้องตรวจงานออกแบบ เนื้อหา ภาษา และฟอร์มที่รวม ไม่เทียบจากจำนวนหน้าอย่างเดียว
WordPress.org ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ แต่ยังมีค่าจ้างออกแบบ พัฒนา Hosting และส่วนเสริม ซอฟต์แวร์ฟรีจึงไม่เท่ากับทำเว็บและดูแลฟรี
Zairosoft เริ่มต้น 45,000 บาทตามแพ็กเกจ หากเชื่อม ERP หรือสต็อกหลายคลังให้ขอราคาตามโครงการ แยกค่าพัฒนา ค่าธรรมเนียม และค่ารายปี
ดีได้เมื่อได้สิ่งที่ต้องใช้ครบ ตรวจสิทธิ์บัญชี การแก้ข้อมูล การดูแล และการย้ายเว็บ ไม่สรุปคุณภาพจากราคาอย่างเดียว
ขึ้นกับแพ็กเกจ บางรายรวมเฉพาะปีแรก ขอให้ระบุค่า Domain, Hosting, SSL และค่าต่ออายุ พร้อมสิทธิ์เข้าถึงบัญชีและย้ายบริการ
ดูผลงาน ทักษะ และความพร้อมดูแล งานหลายระบบต้องมีคนรับผิดชอบครบด้าน ไม่ว่าจ้างบุคคลหรือบริษัท
ควรวาง URL หัวข้อ Meta ความเร็ว และมือถือให้พร้อมตั้งแต่เริ่ม แยกแคมเปญ SEO ต่อเนื่องออกมาต่างหาก ไม่มีการรับประกันอันดับหรือ AI Overview
