IIoT คืออะไร วิศวกรชาวไทยตรวจสอบเซนเซอร์ที่เชื่อมต่อเครื่องจักร

IIoT คืออะไร? Industrial IoT ช่วยเชื่อมข้อมูลเครื่องจักรในโรงงานอย่างไร

IIoT คืออะไร? IIoT ย่อมาจาก Industrial Internet of Things หมายถึงการเชื่อมเครื่องจักร เซนเซอร์ ตัวควบคุม และระบบข้อมูลในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม เพื่อเก็บและส่งข้อมูลที่ช่วยติดตามการผลิต คุณภาพ พลังงาน และการบำรุงรักษา

IIoT เป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมต่อข้อมูล ไม่ใช่ระบบควบคุมเครื่องจักรแทน PLC โดยอัตโนมัติ การเริ่มโครงการควรตอบให้ได้ก่อนว่าจะใช้ข้อมูลตัดสินใจเรื่องใด เช่น ลดเวลาหาสาเหตุเครื่องหยุด ติดตามพลังงาน หรือแจ้งเตือนค่าผิดปกติ แล้วจึงเลือกเซนเซอร์ เครือข่าย และแพลตฟอร์มที่เหมาะกับข้อกำหนดโรงงาน

IIoT คืออะไร วิศวกรชาวไทยตรวจสอบเซนเซอร์ที่เชื่อมข้อมูลเครื่องจักรในโรงงาน
IIoT เชื่อมข้อมูลจากอุปกรณ์ภาคสนามเข้ากับระบบติดตามและวิเคราะห์

IIoT ทำงานอย่างไร

อุปกรณ์ภาคสนามวัดหรือสร้างข้อมูล เช่น อุณหภูมิ การสั่นสะเทือน กระแสไฟ สถานะเครื่อง และจำนวนผลิต ข้อมูลอาจอ่านจาก PLC เดิมหรือเพิ่ม sensor/gateway แล้วส่งผ่านเครือข่ายไปยัง Edge, SCADA หรือแพลตฟอร์มข้อมูล ระบบปลายทางจัดเก็บ แสดงผล และส่งแจ้งเตือนตามเงื่อนไขที่กำหนด

  1. สร้างข้อมูล: เซนเซอร์และเครื่องจักรวัดค่าหรือรายงานสถานะ
  2. เชื่อมต่อ: PLC, Gateway หรือ IIoT device อ่านข้อมูลจากอุปกรณ์
  3. ประมวลผลเบื้องต้น: Edge device กรองหรือคำนวณข้อมูลใกล้แหล่งกำเนิด หากจำเป็นต้องตอบสนองเร็ว
  4. ส่งและจัดเก็บ: ใช้เครือข่ายและ protocol ที่เหมาะสมกับระบบและความเสี่ยง
  5. นำไปใช้: SCADA, Dashboard, MES หรือ Analytics แสดงข้อมูลเพื่อการปฏิบัติงาน

การเก็บข้อมูลทั้งหมดโดยไม่คัดเลือกอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายและภาระดูแล ควรกำหนดความถี่ ตัวอย่างข้อมูล อายุการเก็บ และผู้ใช้ข้อมูลตาม use case

องค์ประกอบหลักของระบบ IIoT

เซนเซอร์และอุปกรณ์

อาจใช้เซนเซอร์เดิมจากเครื่องจักร หรือเพิ่มอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ แรงดัน การสั่นสะเทือน พลังงาน และสภาพแวดล้อม ต้องตรวจช่วงวัด ความแม่นยำ วิธีติดตั้ง การสอบเทียบ และความเหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ความร้อน ฝุ่น น้ำ หรือการสั่น

PLC และ Gateway

PLC อาจส่ง tag ที่มีอยู่ให้ระบบข้อมูลผ่าน protocol หรือ gateway ส่วน Gateway ช่วยเชื่อมอุปกรณ์ที่ใช้ภาษา/โปรโตคอลต่างกัน และทำ data buffering เมื่อเครือข่ายปลายทางขัดข้อง ควรวางแผนว่าหาก gateway หยุดทำงาน เครื่องจักรจะยังควบคุมตัวเองได้อย่างไร

เครือข่ายและ Protocol

มีตัวเลือกหลากหลาย เช่น Ethernet อุตสาหกรรม, Wi-Fi, เครือข่าย cellular หรือ protocol สำหรับส่งข้อความอุปกรณ์ การเลือกขึ้นกับ latency, ระยะทาง, ปริมาณข้อมูล, ความพร้อมใช้งาน, ความสามารถของอุปกรณ์ และรูปแบบความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการต่ออุปกรณ์ OT เข้ากับเครือข่ายทั่วไปโดยไม่มีการแบ่งส่วน

Edge และแพลตฟอร์มข้อมูล

Edge ประมวลผลใกล้เครื่องจักรและลดการส่งข้อมูลดิบ ส่วนแพลตฟอร์มกลางเก็บข้อมูลระยะยาวและทำภาพรวมหลายพื้นที่ เลือกแบบ On-premise, Cloud หรือ Hybrid ตามความต้องการด้านการตอบสนอง ความต่อเนื่อง การจัดการข้อมูล และนโยบายองค์กร

Industrial IoT ใช้เซนเซอร์และ Gateway ส่งข้อมูลสถานะเครื่องจักรให้ระบบโรงงาน
ควรเก็บข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการตัดสินใจและระบุแหล่งที่มาได้

IIoT ใช้ทำอะไรได้บ้าง

  • Machine Monitoring: ดูสถานะเครื่องจักร รอบการทำงาน และ downtime
  • Energy Monitoring: วัดไฟฟ้าหรือพลังงานแยกตามเครื่องและช่วงเวลา
  • Condition Monitoring: ติดตามการสั่น อุณหภูมิ หรือค่าที่บ่งชี้สภาพเครื่อง
  • ติดตามคุณภาพ: เชื่อมค่ากระบวนการกับรุ่นสินค้าและล็อตการผลิต
  • ติดตามสาธารณูปโภค: ตรวจระบบลม น้ำ หรือไอน้ำในพื้นที่โรงงาน
  • ข้อมูลเพื่อรายงาน: ลดการรวบรวมตัวเลขจากหลายไฟล์และหลายจุด

ข้อมูลจาก IIoT ช่วยตั้งเงื่อนไขและเตือนความผิดปกติ แต่ไม่ใช่ข้อสรุปการวิเคราะห์สาเหตุโดยอัตโนมัติ ต้องยืนยันกับวิศวกรและข้อมูลการซ่อมจริงก่อนปรับแผนการผลิตหรือบำรุงรักษา

IIoT ต่างจาก IoT ทั่วไปอย่างไร

หลักการเชื่อมอุปกรณ์คล้ายกัน แต่ IIoT ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีข้อกำหนดสูงด้านความพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย ความทนทาน และเวลาตอบสนอง ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน จึงต้องวางแผน change control, network segmentation, การสำรอง และการตอบสนองเหตุการณ์อย่างรอบคอบ

เชื่อม IIoT กับ SCADA, MES และ Cloud

IIoT อาจส่งค่าหน้างานให้ SCADA เพื่อ Monitoring, ให้ MES เชื่อมสถานะกับคำสั่งผลิต หรือส่งข้อมูลสรุปไป Cloud เพื่อวิเคราะห์หลายโรงงาน ควรระบุเจ้าของข้อมูลและแหล่งข้อมูลหลัก เช่น ค่าเครื่องมาจาก PLC, สถานะงานมาจาก MES และรหัสสินค้ามาจาก ERP เพื่อให้เชื่อมโยงกันได้โดยไม่ซ้ำซ้อน

หากการเชื่อม Cloud ขาดช่วง ระบบหน้างานควรมีแนวทางทำงานต่อและเก็บข้อมูลชั่วคราวตามการออกแบบ ส่วนคำสั่งควบคุมที่มีผลต่อเครื่องจักรควรอยู่ในระบบที่ผ่านการออกแบบและทดสอบ ไม่พึ่งบริการภายนอกที่อาจมี latency หรือการเชื่อมต่อไม่แน่นอน

ความปลอดภัยของ IIoT ในโรงงาน

  • ทำบัญชีอุปกรณ์และ firmware ที่ติดตั้งให้ตรวจสอบได้
  • แบ่งเครือข่าย OT, IT และ guest/IoT ตามความเสี่ยง
  • ปิดบัญชีหรือบริการเริ่มต้น เปลี่ยนข้อมูลรับรอง และจำกัดสิทธิ์
  • ควบคุม remote access และตรวจสอบผู้ให้บริการภายนอก
  • เข้ารหัสและยืนยันตัวตนตามความสามารถของอุปกรณ์และระบบ
  • กำหนดวิธีอัปเดต firmware และทดสอบผลกระทบก่อนนำขึ้น production
  • สำรอง configuration และทดสอบการกู้คืนเมื่อ gateway หรือเครือข่ายขัดข้อง

ข้อจำกัดของอุปกรณ์เก่าอาจทำให้ใช้มาตรการได้ไม่ครบทุกแบบ จึงควรชดเชยด้วยการแบ่งเครือข่าย จุดควบคุมการสื่อสาร และการติดตามกิจกรรมตามแผนของโรงงาน

เริ่มโครงการ IIoT อย่างไร

  1. เลือก use case ที่มีผลต่อการผลิตและระบุผู้ใช้ข้อมูล
  2. ตรวจว่าเครื่องจักรมี tag หรือ port ที่ใช้ได้อยู่แล้วหรือไม่
  3. ทำ data dictionary ระบุชื่อ หน่วย ความถี่ เวลา และคุณภาพข้อมูล
  4. ประเมินเครือข่าย ไฟเลี้ยง จุดติดตั้ง และความปลอดภัย
  5. ทดลองกับเครื่องหรือไลน์เดียว เปรียบเทียบข้อมูลกับการวัดจริง
  6. คำนวณต้นทุนอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ แพลตฟอร์ม และการดูแลต่อเนื่อง
  7. ขยายเมื่อพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลช่วยให้ตัดสินใจหรือปรับปรุงผลลัพธ์จริง

สรุป

IIoT คือแนวทางเชื่อมเครื่องจักรและเซนเซอร์เพื่อให้โรงงานใช้ข้อมูลจากหน้างานได้สะดวกขึ้น ระบบประกอบด้วยอุปกรณ์ PLC/Gateway เครือข่าย Edge หรือแพลตฟอร์มข้อมูล และซอฟต์แวร์ใช้งาน การออกแบบที่ดีเริ่มจาก use case กำหนดข้อมูลและผู้ใช้ชัดเจน พร้อมวางความปลอดภัย OT และแผนทำงานต่อเมื่อการเชื่อมต่อขัดข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IIoT

IIoT ย่อมาจาก Industrial Internet of Things เป็นการเชื่อมอุปกรณ์และระบบข้อมูลในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม

IIoT ใช้แนวคิดการเชื่อมอุปกรณ์คล้าย IoT แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับความพร้อมใช้งาน ความปลอดภัย และข้อกำหนดของกระบวนการผลิตที่เข้มข้นขึ้น

ไม่จำเป็น ควรตรวจข้อมูลและสัญญาณที่มีใน PLC หรือเครื่องจักรก่อน หากยังขาดข้อมูลที่จำเป็นจึงพิจารณาเพิ่ม sensor หรือ gateway

ได้ หากอุปกรณ์ เครือข่าย และระบบปลายทางรองรับ protocol หรือ API ที่เหมาะสม ควรกำหนดเจ้าของข้อมูลและขอบเขตการอ่านเขียนก่อนเชื่อม

ไม่จำเป็นเสมอไป อาจเก็บและประมวลผลภายในโรงงาน หรือใช้รูปแบบ Hybrid ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการด้าน latency ความต่อเนื่อง ความปลอดภัย และการวิเคราะห์ข้อมูล

ความปลอดภัยขึ้นกับการแบ่งเครือข่าย การจัดการอุปกรณ์และบัญชีผู้ใช้ การควบคุม remote access การอัปเดต และแผนสำรอง ควรประเมินความเสี่ยงของ OT ก่อนเชื่อมกับระบบภายนอก

เราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณบนเว็บไซต์ของเรา การเรียกดูเว็บไซต์นี้แสดงว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้ของเรา